ตอนนี้ผมจะเล่าขั้นตอนการออกแบบ crossover ที่ใช้ทดลอง
- ขั้นตอนแรกในการออกแบบ crossover จะต้องเริ่มจากกัดวัดเสียก่อน ( บางท่านอาจจะตบเข่าแล้วกล่าวว่า กุว่าแล้วววว~ )
คุณอาจจะสามารถเอากราฟจาก datasheet ที่โรงงานให้มา มาใช้ในการออกแบบ crossover ก็ได้ แต่ถ้าจะให้แม่นยำที่สุดก็ต้องวัดจริงหลังจากใส่ลำโพงลงตู้เรียบร้อยแล้ว (ซึ่งอันนี้สำคัญมาก จะวัดลำโพงโดยยังไม่ใส่ตู้ก็จะไม่ได้ผลดีที่สุด)
อันนี้เป็นเหตุผลที่ผมใช้ bi-wire เพราะจะทำให้ต่อ woofer และ tweeter แยกจากกันได้ง่ายขึ้น บางท่านสามารถเดินสายออกมาทาง port ได้เช่นกัน แต่ในกรณีของผมการเดินสายไฟผ่าน port นั้นทำได้ยากเพราะ port ค่อนข้างยาวและขดอยู่สองชั้น
ขั้นตอนการวัดผมทำตามบทความ https://docs.google.com/document/d/1K_Ayk_l8lwntYFocBcB9dnN_VmSE6B11esgMWWMnqXw ซึ่งหวังว่าทุกคนจะคุ้นเคยกันดี : D
เอาเป็นว่าผมไม่ลงวิธีวัดละเอียดนะ ใครสงใสตรงไหนก็คอมเม็นถามได้เลย

- วัดลำโพงผมใช้แรงดันไฟไม่มาก

- จัดห้องเล็กน้อยและวางลำโพงห่าง 50 ซม.

- Impulse
Impulse Response วันนี้จัดว่าดูดีเลย first reflection เข้ามาหลัง 5 ms

- วัด woofer far field

- วัด tweeter far field
(รูปลำโพงผมไม่ได้ถ่ายตอนย้ายสายมา ให้คิดว่าสายลำโพงเสียบอยู่ที่ binding post คู่บน)

- วัด woofer และ tweeter พร้อมกัน (รูปไม่ได้ถ่ายเช่นกัน อันนี้จะมีสายอีกคู่หนึ่งเชื่อมระหว่าง binding post ชุดบนและล่าง)

-
วัด woofer และ port แบบ near field

-
รวมค่า Frequency Response (FR) ของ woofer
วิธีการโดยสังเขป 0. ปรับเสียง port ตามสมการ 20 x log(Dp/Ds) โดย Dp คือเส้นผ่านศูนย์กลางของ port และ Ds คือเส้นผ่านศูนย์กลางลำโพง หรือ 10 x log(Ap/Sd) Ap พื้นที่หน้าตัดของปาก port และ Sd คือพื้นที่หน้าลำโพงจาก T/S parameter
- เอาเสียงจาก port และ woofer มารวมกัน
- แก้ diffraction ด้วยโปรแกรมคำนวณอื่นๆ
- ทำ alignment ผลลัพธ์หลังแก้กับ woofer far field
- ต่อ FR ทั้งสองเข้าด้วยกัน
ก็จะได้ FR ของ woofer

- โยนค่าต่างๆ ลงโปรแกรมออกแบบ crossover
ซึ่งผมใช้โปรแกรม VituixCAD 2 ผมก็ใส่ค่าทั้ง FR และ Impedance ของลำโพงลงไป และต่อลำโพงกับสัญญาณแบบเปล่า ๆ ก่อน

- ปรับ delay ของ tweeter
ผมก็จะ overlay FR ที่ได้จากการเปิด woofer และ tweeter พร้อมกัน ลงบน Power & DI จากนั้นก็ปรับเวลาในวงกรมสีฟ้า ให้กราฟทั้งสองเส้นใกล้เคียงกันที่สุด

- ออกแบบ crossover
วิธีการออกแบบนั้น คุณอาจจะต้องศึกษาวงจร crossover แบบต่าง ๆ มาก่อน จากนั้นก็ลอง “มั่ว” ปรับนู้น ปรับนี้ดู จนผลออกมาดีที่สุด
วงจรที่ควรศึกษาได้แก่
- First order high/low/band-pass filter
- Second order high/low/band-pass filter
- Third order high/low/band-pass filter
- L-pad
- Serial/Parallel notch filter
ซึ่งผมอาจจะเอามาเล่าวันหลัง แต่น่าจะนานซักหน่อย ระหว่างนี้โปรแกรมจะมี LIB ตัวอย่าง ซึ่งสามารถใช้ศึกษาได้เช่นกัน

- สิ่งสำคัญอย่างนึงของวงจร crossover คือ phase ของ woofer และ tweeter ที่ตำแหน่งจัดตัด crossover จะต้องเท่ากัน
วิธีเช็คง่าย ๆ วิธีนึงคือ invert ลำโพงดอกนึง ถ้าเสียงมันหักลงไปเยอะ ๆ นั้นคือใช้ได้เลย

- วงจร C ที่ tweeter ตัวเดียว แต่เนื่องจาก tweeter มันดังกว่า woofer มากผมขอใส่ R เพิ่มอีกตัวหนึ่ง ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร เสียงจะดีไหม โปรติดตามตอนต่อไป
