MK-6

Frequency: 50 - 20000 Hz Impedance: 4 ohm Sensitivity: 70 dB 2.83V 1m Power rating: 50W rms

สี

  • TOA primer auto fast dry
  • TOA #0063 PLASTIC PRIMER
  • TOA #006 DARK BLUE
  • Monkey MA04 มุกน้ำเงิน
  • TOA #0091 Flat clear

Crossover

มาลองฟังเสียงกัน

ต้องบอกไว้ก่อนว่าลำโพงคู่นี้ขณะตอนอัด จะมีปัญหาอย่างหนึ่ง (ไม่รวม noise floor นะ) ซึ่งถ้าใครฟังออกนับว่าหูดีมาก เพราะเวลาอักเสียงออกมาแล้วรู้สึกว่าเสียงที่มีปัญหามันหายไปพอสมควรเลย แต่ถ้าอยู่หน้าลำโพงนะเสียงมันเด่นหน้าเกลียดเลยแหละ

วิธีอัดผมจะอัดด้วยไมค์ RTA แต่ไม่ calibrate และอัดทีละข้างแล้วเอามาทำ stereo ทีหลัง (ถ้าเผลอสลับลำโพงซ้ายขวาก็ขออภัยไว้ก่อนด้วย)

  1. ผมถือโอกาสแนะนำเพลงที่เอามาเทสด้วยเลยละกัน

เพลงแรก Eagles - Hotel California - Live On MTV, 1994 - Hell Freeze Over (Remastered)

เพลงนี้เป็นเพลงเทสเครื่องเสียงยอดนิยม และที่ดีที่สุดต้องเป็นเวอร์ชัน remastered ด้วยนะ เป็นเพลงคอนเสิร์ตที่ mix มาดีมาก เริ่ม intro มาด้วย solo guitar ต่อด้วยเสียงของผู้ชมใช้สำหรับทดสอบเวทีเสียงได้อย่างดี จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงกลองสำหรับทดสอบเบส แล้วจึงเริ่มเข้าเสียงร้องมีเสียงให้ทดสอบครบถ้วนสมบูรณ์

เสียงต้นฉบับ https://open.spotify.com/track/2GpBrAoCwt48fxjgjlzMd4 เสียงลำโพง https://drive.google.com/file/d/1pN9hxqgIefdLbPtwy56ma3TaxcN7M3yq/

  1. เพลงที่ 2

Michael Jackson - Billie Jean

เพลงนี้จะใช้สำหรับทดสอบเสียงสูง ไม่ใช่เพราะเพลงนี้มีเสียงสูงที่ดีนะ แต่ว่ามันมีเสียงแหลมที่แสบหูพอสมควรเลยต่างหาก!

ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเอกลักษณ์การ mix เพลงในสมัยนั้นนั่นแหละเพื่อชดเชยลำโพงที่เสียงแหลมน้อย พอเอามาเล่นในเครื่องเล่นสมัยใหม่ก็เลยได้เสียงแหลมพุ่งออกมาอย่างที่จะได้ฟังกัน

เครื่องเสียงที่ดีจะต้องไม่ทำให้ความแสบนี้หายไป ให้ดูไว้ถ้าเครื่องเสียงไหนเล่นเพลงนี้แล้วออกมานุ่มได้นะ แสดงว่าเครื่องเสียงชุดนั้นมีปัญหาแล้ว!

เสียงต้นฉบับ https://open.spotify.com/track/5ChkMS8OtdzJeqyybCc9R5 เสียงลำโพง https://drive.google.com/file/d/1XYkqYIbxaBiutKlhmU0NXEQqnkyPjbBA/

  1. เพลงที่ 3

FictionJunction KEIKO - Kaze no machi e

ที่เลือกเพลงนี้ไม่ใช่เพราะเป็นที่นิยมแต่อย่างใด แค่ผมชอบเพลงนี้และผู้ประพันธ์เพลง Yuki Kajiura มาก ๆ

ส่วนตัวของผมแล้วเพลงดีสำหรับการเทสมากเพราะฟังบอยและฟังมานานมาก และอีกอย่างคือรู้ว่าลำโพงนี้เปิดเพลงนี้มีปัญหาแน่ ๆ และก็มีจริง ๆ จนทนไม่ไหวสุดท้ายหลังอัดจบต้องจับลำโพงมารื้อทำใหม่อีกรอบ = =“

ใครฟังเสียงแล้วอยากลองตอบว่าปัญหาคืออะไรก็คอมเมนต์กันมาดูครับ

เสียงต้นฉบับ https://open.spotify.com/track/5UMTVzLAJZF9YmtIpdx4kP เสียงลำโพง https://drive.google.com/file/d/1NhymPWRC6W-ziMxPP1MNf8zx_LiIN19_/

  1. Frequency Response FR ยังหยักอยู่พอสมควร เกิน +-3 dB มาหน่อย ที่ระยะ 1 m แรงดัน 2.83 Vrms ความดังเฉลี่ยประมาณ 73 dB สูงสุด 76 dB ต่ำสุดน้อยกว่า 70 dB เล็กน้อย

สังเกตุว่าลำโพงนี้เสียงจะค่อนข้างเบา ซึ่งก็มาจาก eta ของดอกลำโพงนี้ต่ำมาก ๆ ประมาณ 0.05% เท่านั้น หรือเปลี่ยนเป็น SPL ก็จะอยู่ที่ 82.04 dB และพอใส่ crossover เข้าไปอีกประสิทธิภาพก็ยิ่งต่ำลงอีก

ส่วน impedance ค่าต่ำสุดจะสูงกว่า 3 ohm เล็กน้อย ก็ยังอยู่ในจุดปลอดภัย แต่ที่ต้องระวังคือ impedance ช่วง tweeter ที่ชัดขึ้นมาก phase ขึ้นไปแตะ 60 องศา ซึ่งเขาเล่าว่าถ้า phase มันสูง ๆ จะทำให้แอมป์ทำงานหนัก ซึ่งอันนี้ผมก็ยังหาข้อมูลมายืนยันอยู่แหละ แต่ส่วนตัวใช้ amp class D TPA 3255 ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร

  1. Near field และ Port รอบนี้รู้สึกดีที่เสียง port ไม่ออกมาน่าเกลียดเหมือนรุ่นก่อน ๆ แล้ว อย่าง Mk4 นี่ port resonance ทะลุสูงกว่าเสียงเบสอีก

อ้างอิง Mk4 https://www.facebook.com/photo/?fbid=7323899621005132&set=pcb.1928739717552836

  1. Distortion

จริง ๆ เสียงที่เป็นปัญหาก็จะเห็นได้ในกราฟนี้นะ

  1. Directivity Horizontal Off-axis response การกระจายเสียงตามแนวนอน จริง ๆ คิดว่า horn จะทำให้ directivity แย่ลงกว่านี้นะ แต่ยังได้ประมาณ 30 องศา ก็นับว่าโอเค (ซักวันจะหาวิธีกระจายให้ถึง 60 องศาให้ได้) เสียงไล่ระดับลงมาตามองศาสวยงาม

9. Directivity Vertical Off-axis response การกระจายเสียงตามแนวตั้ง ที่จุด crossover ประมาณ 2k Hz การกระจายเสียงออกมาเกือบสมมาตร อาจจะเยื้องไปด้านบนเล็กน้อย แสดงว่า phase ของลำโพงทั้งสองที่จุด crossover นั้นใช้ได้

และที่เสียงพุ่งขึ้นบนมากกว่าอีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะ tweeter มันลึกลงไปกว่า woofer พอสมควร

  1. waterfall เอาจริงชอยลำโพงกระดาษก็ตรงนี้แหละ มันเงียบสนิดดี

ลองเปรียบเทียบกับ Mk5 ที่ woofer เป็นดอกอลูมิเนียมดู https://www.facebook.com/photo/?fbid=7683301308398293&set=pcb.1984991758594298

ปัญหาที่เจอ และ แนวทางแก้ไข

เอาหละตอนนี้มาเผางานตัวเองดีกว่าเพราะการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเป็นสิ่งที่ดี

ปัญหาบางส่วนมีอ้างอิง post เก่าเล็กน้อย https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/2026484937778313/

  1. ไม่ได้ลบขอบก่อนวัดในขั้นตอนออกแบบ Crossover

จะเห็นว่ากราฟ tweeter มี notch ลงไปลึกมาก (-6 dB ที่ 6k Hz) ซึ่งคาดว่ามาจาก edge diffraction เพราะขอบของตู้ลำโพงที่พิมพ์เสร็จออกมาใหม่ ๆ มันคมมาก ๆ ซึกก็จะทำให้เกิด edge diffraction ได้ง่าย

  1. ปัญหาคือพอของจริงขัดขอบเรียบร้อยแล้ว FR ของ tweeter มันไม่เหมือนเดิม crossover ก็จะไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ ถ้า FR ตอน crossover ใกล้เคียงของจริงกว่านี้ ก็จะสามารถแก้ 2.5k-4k Hz ได้

  1. ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจอตอนวัด FR

เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก ถ้าเห็นกราฟหน้าตาแบบนี้ตอน ออกแบบ crossover เพราะ ลำโพงทั้งสองข้างน่าจะ in-phase สวยงามแล้ว แค่ invert ขั้วของดอกลำโพงซักดอกก็พอ

แต่ถ้าเห็นกราฟนี้ตอนวัดเสียงจริงละก็ งานงอก! สันนิษฐานได้เลยว่ามีลำโพงซักดอกที่กลับขั้วแน่นอน ดังนั้นรื้อออกมาแก้รอบที่ 1

  1. เป๊ะไปก็ไม่ดี

ตอนออกแบบผมเผื่อระยะ tolerance ไว้พอดีมาก ประมาณ 0.6 มม. เท่านั้น ลืมไปว่าต้องลงสี และยิ่งใช้ TOA primer auto fast dry ด้วย สีตัวนี้เนื้อมันหนาขึ้นมาเป็นมิลเลย พอเอาลำโพงมาใส่สีที่หนาออกมาก็แตกเป็นรอยถลอกหมด

และแน่นอนตอนใส่ยากขนาดไหนตอนถอดยากกว่า และยิงผม seal ตู้ด้วย blu tag ด้วยนะ ยังดีที่ออกแบบตู้เผื่อถอดไว้แล้ว คือ binding post และ woofer มันตรงกันทำให้ผมหาแท่งเหล็กหนา ๆ ดันออกมาได้

ส่วนหน้าที่แตก ๆ นี้มีใครพอจะแนะนำวิธีการซ่อมได้ไหมครับ : D ผมว่าจะใช้ putty แต้มส่วนที่ไม่เท่ากันแล้วใช้พู่กันกับ masking tape ค่อย ๆ แก้ไป

  1. เสียงแปลก ๆ จาก Horn จริง ๆ Horn ของผมมัน seal อากาศจากด้านหลังเรียบร้อยแล้ว แต่ลืมคิดไปอย่างนึง คือตัว tweeter เองกับ horn มันสั่น แล้วเวลามันสั่นมันก็กระแทกกัน ยิ่งเบสลึก ๆ แรง ๆ ยิ่งดังลั่นเลย ตอนอัดเสียงเพลงที่ 3 Kaze no machi e นี่เสียงดังมาก

ก็ต้อง..รื้อรอบ 2

วิธีแก้ ผมยังวิธีเดิม blu tag แปะขอบไว้ จากนั้นก็เอาปืนกาวยิง seal ด้านหลังไว้เหมือนเดิม

  1. ปัญหาที่ผมเจอก็มีประมาณนี้แหละ ดีที่สามารถแก้เสียง tweeter ได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นลำโพงที่มีเสียงน่าผิดหวังมาก

ส่วนรูปนี้เป็น Horizontal off-axis response อันเดียวกับตอนก่อนหน้า แต่อีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งดูไปก็สวยดีนะ เลยเอามาอวดซะหน่อย : D

Distortion after fixed @ 70dB 1m

Distortion @ 80dB 1m