ประสบการณ์ การสั่งซื้อลำโพงจาก Parts-express
ตอนนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้สั่งซื้อลำโพงจาก parts-express.com
- โจทย์ โจทย์ของผมคือทำลำโพง 3 คู่จากดอกลำโพง
- SIG120-4 4” Signature Series
- ND25FA-4 1” Soft Dome Neodymium Tweeter

- ดูร้านในประเทศก่อน
แน่นอนว่าทางเลือกหนึ่งที่ดีคือสั่งซื้อในประเทศก่อน ถ้าดูจากเว็ปของ Dayton เองเราก็จะเห็นว่าประเทศเราก็มีตัวแทนจำหน่าย นั่นคือ Samdee Audio เจ้าเก่าเรานี่เอง ซึ่งก็สามารถสั่งได้ทั้งผ่านช่องทาง Facebook “Samdee Audio Thailand”, เว็ปไซด์ samdee-audio.com หรือ Shopee
ถ้าเราต้องการดอกลำโพงที่ไม่ขายบนเว็ป ตัวอย่างเช่น SIG120-4 เราก็สามารถสั่งร้านนำเข้ามาให้ได้ แต่ก็จะใช้เวลานานหน่อยประมาณ 1 เดือน
ส่วนรอบนี้ผมอยากทดลองสั่งซื้อจากต่างประเทศ จะได้ศึกษาเป็นประสบการณ์ว่าขบวนการทางภาษีสินค้านำเข้านั้นมีอะไรบ้าง

- เช็คราคาจาก parts-express
การสั่งสินค้าที่ parts express จะมีการลดราคาตามจำนวนที่สั่งด้วย ซึ่งผมสั่งลำโพงรุ่นละ 6 ตัว ดังนั้นก็จะได้ราคาส่วนลดสูงสุดเลย

- ค่าส่ง
ถ้าใครเคยซื้อของส่งจากอเมริกามาก่อน ก็คงจะพอรู้ว่าค่าส่งนั้นมันโหดร้ายขนาดไหน และยิ่งเป็นลำโพงที่ทั้งใหญ่ทั้งหนักค่าส่งก็จะยิ่งพุ่งขึ้นไปอีก
ราคาค่าส่งเท่าทีผมลองกด ๆ ดู ส่วนใหญ่ค่าส่งมักจะสูงเกิดราคาลำโพงไปเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ subwoofer ตัวใหญ่ ๆ ราคาค่าส่งอาจจะขึ้นไปถึง 150% ของราคาลำโพงเลยทีเดียว เช่นลำโพงราคา 4,000 บาท แต่รวมค่าส่งแล้วค่าใช้จ่ายรวมขนส่งอาจเกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมเรื่องของภาษีนำเข้าซึ่งจะเล่าให้ฟังต่อไป
วิธีสั่งให้ถูกลงก็คือสั่งปริมาณให้เยอะขึ้น และสั่งของเล็ก ๆ อย่าง tweeter เข้าไปด้วยเพื่อจะได้เฉลี่ยค่าส่งให้ถูกลง
หรือสำหรับใครที่สามารถหาช่องทางขนส่งทางคอนเทนเนอร์ที่ราคาถูกลง ก็อาจจะทำราคาที่ถูกมาก ๆ ได้ เพราะจริง ๆ ราคาลำโพง Dayton นั้นไม่แพงเลย (พอ ๆ กับลำโพงจีนที่นิยมเล่นกันด้วยซ้ำ) ที่แพงจริง ๆ คือค่าส่งต่างหาก

- ภาษี
โดยปกติแล้วภาษีนำเข้าจะคิดเป็น อัตราอากร ซึ่งจะคิดจาก ราคาสินค้า + ราคาส่ง แล้วบวก VAT เพิ่มอีกที นอกจากนั้นก็จะมีค่าบริการจากบริษัทขนส่งอีกหน่อย
อัตราอากรจะมีค่าเท่าไหร่นั้นจะถูกแบ่งออกตาม พิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งจะบอกอัตราอากรของสินค้าทุกอย่าง กล่าวคือสินค้าทุกอย่างบนโลกจะตกลงพิกัดใดพิกัดหนึ่งเสมอ ส่วนอัตราอากรจะถูกเก็บเท่าไหร่นั้นก็จะถูกกำหนดโดยรัฐบาลและสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านการค้าต่าง ๆ
พิกัดอัตราศุลกากร มีชื่อเรียกเป็นภาษาอักฤษว่า Harmonized System codes หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HS code ซึ่งก็จะเป็นการจำแนกสินค้าแบบเดียวกันเป็นมาตรฐานโลก
เราสามารถค้นหา อัตราอากร ของพิกัดสินค้าต่าง ๆ ได้จากเว็ปของ กรมศุลกากร ซึ่งอาจค้นหาจากคำว่า “ฐานข้อมูลอัตราอากร” หรือ “พิกัดอากร” ก็ได้
ตัวอย่างในรูปก็จะเป็นการค้นหาพิกัดของดอกลำโพง ซึ่งก็สามารถไล่ลำดับได้ดังนี้
- หมวดใหญ่ 85.18 - ลำโพง - ไมโครโฟน
- ลำโพงจะติดตั้งในตู้ลำโพงหรือไม่ก็ตาม
- 8518.29 - อื่น ๆ (เพราะไม่ใช่ลำโพงติดตั้งในตู้ลำโพง)
- 8518.22.90 - อื่น ๆ (เพราะความถี่ไม่ได้อยู่ในช่วง 300 - 3,400 Hz)
- 8518.29 - อื่น ๆ (เพราะไม่ใช่ลำโพงติดตั้งในตู้ลำโพง)
- ลำโพงจะติดตั้งในตู้ลำโพงหรือไม่ก็ตาม
ถ้าจากนั้นให้เลือกอัตราอากรไปที่ มาตรา 12 ซึ่งก็คือ อัตราอากรตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง มาตรา 12 ภาค 2 (สามารถหาตัวเต็มมาอ่านได้) ก็จะได้อัตราอากรของดอกลำโพงออกมา
สรุป ดอกลำโพง มีพิกัดอยู่ที่ 8518.29.90 อัตราอากร อยู่ที่ร้อยละ 10 ตามมาตรา 12 (อัตราอาจถูกลงไปถ้าเข้ากรณีของสนธิสัญญาการค้าต่าง ๆ)

- การจ่ายภาษี
การจ่ายภาษีโดยปกติแล้วบริษัทขนส่งจะช่วยเราดำเนินการติดต่อกับกรมศุลกากรให้ โดยจะมีขอข้อมูลจากเราเพิ่มเติม
อย่างกรณีของผมซึ่งมีบริษัทขนส่งเป็น DHL เขาก็จะมีส่งอีเมล์มาให้ตอบคำถามเพิ่มเติม
☒ หลักฐานการชำระเงินเพื่อยืนยันมูลค่าของสินค้า และ หลักฐานการสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็ปไซต์, อีเมล หรือแชทการสั่งซื้อ
ซึ่งผมก็ส่งใบเสร็จรับเงินที่ได้จาก parts-express และหลังฐานจาก PayPal ไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ขอดูหน้าเว็ปสินค้าอีกที ซึ่งผมก็ส่งลิงค์หน้าเว็ปของดอกลำโพงทั้งสองไปเพิ่มภายหลัง ซึ่งการที่ผมไม่ได้ส่งไปตั้งแต่ครั้งแรกทำให้ต้องเสียเวลาไป 1 วันเลยทีเดียว
☒ คำแปลสินค้าภาษาไทย
ผมก็แปลภาษาไปตรง ๆ ใครขี้เกียจแปลเองจะโยนให้ Chat GPT แปรให้ก็ได้ มันเก่งอยู่เหมือนกัน
☒ ชี้แจงรายละเอียดสินค้า
-
สินค้าคืออะไร ผมก็บอกไปว่าเป็น “ดอกลำโพงไม่มีตู้” วงเล็บพิกัดไปด้วย (ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะ)
-
วัตถุประสงค์ในการนำเข้า ผมบอกว่านำมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ ใช้งานส่วนตัว ใครจะบอกว่านำมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายก็น่าจะได้เหมือนกัน ผมไม่อยากให้มันเป็นหลักฐานไปยุ่งกับเรื่องภาษีรายได้ก็บอกใช้ส่วนตัวไป
สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะสำคัญก็คือจะต้อง “เอามาประกอบ”
- วิธีการใช้งาน เอามาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ แล้วนำไปต่อเครื่องขยายเสียง บลาๆๆ
สรุปค่าใช้จ่าย
สินค้า + ค่าส่ง ประมาณ 14,000 บาท ภาษีอากร 1,250 บาท (คิดว่าที่ไม่ถึง 10% เพราะว่าคิดจากค่าเงิน USD วันที่ผมสั่งของตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน แต่รอ backorder ถึงวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งตอนนั้น USD ถูกมาก ~32 บาทกว่า ๆ) ค่า Vat ประมาณ 950 บาท ค่าบริการของ DHL อีก 200 บาท นิด ๆ

- การขนส่ง
เรื่อง packaging ของ Dayton นี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลย กล่องเขาดีมากๆ เรื่องเวลาขนส่ง เริ่มส่งเมื่อ 21 พ.ย. และมาถึงไทยวันที่ 25 พ.ย. ใช้เวลาทำเรื่องภาษีและติดเสาร์ อาทิตย์อีกหน่อย ของส่งมาถึงผมวันที่ 3 ธ.ค. ใช้เวลารวม ๆ เกือบ 2 อาทิตย์ ซึ่งก็นับว่าไวอยู่

- สรุป
- ดอกลำโพงมีพิกัดภาษี 8518.2990 อากรปกติอยู่ที่ 10%
- ภาษีอากรคิดจาก ราคาสินค้าและค่าขนส่ง ปิดท้านด้วย Vat
- ภาษีเก็บโดยบริษัทขนส่งแต่มีค่าบริการ
- parts-express ส่งของเร็ว (ถ้าไม่โดน backorder) และ packaging ดี
- หลักฐานสำหรับระบุตัวสินค้าเพื่อจ่ายภาษี
- ระบุให้ละเอียด จะได้ไม่มั่ว
- ใส่ให้ครบจะได้ไม่ช้า
- ลิงค์หน้าเว็ปสินค้ามีความสำคัญกว่าที่คิด
เก็บตกเล็กน้อย
- parts-express ไม่รับบัตรเครดิตนอก USA แต่ใช้ PayPal ได้
- ค่าบริการแปลงสกุลเงินของ PayPal แพงมาก (อันนี้บ่นเฉย ๆ)
