มาฝึกหูกันดีกว่า EP 3
อ่าน EP 1 - ความเข้าใจเรื่องเสียงเบื้องต้น https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1932596877167120/
อ่าน EP 2 - โปรแกรมฝึกหู https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1937814376645370/
คิดอยู่นานเหมือนกันว่าเอาอย่างไรกับตอนนี้ดี จะใส่วิธีใช้งานโปรแกรมหมดเลยดีไหม แต่นั้นคงจะเขียนหนังสือได้ซักบทสองบทเลยทีเดีบว ดังนั้นผมคิดว่าผมคงจะลงลายแทงไว้ให้ผู้ที่สนใจอยากพัฒนาตัวเองจริง ๆ ไปหาต่อเองน่าจะดีกว่า
ซึ่งตอนนี้ผมก็จะกล่าวถึงอยู่สองส่วน คือ ส่วนของอุปกรณ์ และอีกส่วนคือโปรแกรม
ส่วนของอุปกรณ์ ผมก็จะแนะนำวิธีหาอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับเอามาฝึกหู ซึ่งก็จะมีทางให้เลือกว่าจะลงทุนมากน้อยเท่าไหร่ ส่วนไกด์ของผมคงจะลงแค่ส่วนที่ผมคิดว่าคุ้มค่าที่สุด และวิธีเลือกซื้ออย่างไร
ส่วนของโปรแกรม คือโปรแกรม Equalizer หรือ EQ เนื่องจากดอุปกรณ์ที่ได้มาอาจจะไม่ตรง 100% หรืออาจจะมีปัจจัยอื่นเช่นเสียงจากห้อง ซึ่งก็จะสามารถแก้ด้วย EQ นี้แหละ
-
อุปกรณ์ที่เหมาะกับการฝึกหู การฝึกหูเพื่อให้ได้เป็นกลางที่สุด เราก็ควรเลือกลำโพงที่ใช้ฝึกที่มีเสียงเป็นมาจรฐานด้วย ซึ่งถ้าถามถึงมาตรฐานของเสียงลำโพงนั้นคืออะไร ก็ต้องบอกว่ามีตัวหลัก ๆ อยู่ 2 อย่างคือ
-
Flat frequency response - การตอบสนองความถี่ที่เรียบ ๆ
-
Low distortion - ความเพี้ยนต่ำ
ซึ่งผมขอยกตัวอย่างลำโพงมาซักชุดหนึ่งเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
Genelec 8030C https://www.audiosciencereview.com/forum/index.php?threads/genelec-8030c-studio-monitor-review.14795/
Genelec 8341A https://www.audiosciencereview.com/forum/index.php?threads/genelec-8341a-sam™-studio-monitor-review.11652/
Neumann KH80 DSP https://www.audiosciencereview.com/forum/index.php?threads/neumann-kh80-dsp-monitor-measurements-3.14637/
ต้องขออภัยที่ต้องยกเว็ปต่างประเทศมา เพราะ เว็ปรีวิวที่วัดได้ละเอียดขนาดนี้ในไทยไม่มีจริง ๆ แต่ไม่เป็นถ้าใครไม่แข็งแรงภาษาอังกฤษ ผมอยากให้ดูสองกราฟคือ Frequency response และ Hamonic distortion คุณจะเห็นว่าลำโพงพวกนี้มีกราฟ FR ที่เรียบมาก ๆ +- ไม่เกิน 3 dB และความเพียนยังไม่เกิน 0.5% ซึ่งต่ำมาก ๆ
ลำโพงที่ (ใช้ฝึก) ดีก็จะมีคุณสมบัติประมาณนี้ ติดอยู่อย่างเดียวคือราคามันแพงมาก ราคาเริ่มตั้งแต่ข้างละหลายหมื่นยันหลักแสน ซึ่งสำหรับคนที่ไม่มีทุนพอ (รวมถึงผมด้วย) ก็ต้องหาวิธีการอื่น

- หูฟัง เนื่องจากลำโพงที่ดีนั้นราคาสูงมาก อีกทางเลือกนึงที่ถูกกว่าก็คือหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง IEM (IE) หรือ headphone แบบ over ear (OE) ก็ได้เช่นกัน แต่คราวนี้จะมีอีกปัญหานึงขึ้นมาคือ เสียงหูฟังที่ flat จะไม่เหมือนเสียงลำโพงที่ flat เนื่องจากเวลาฟังเสียงจากลำโพงใบหูของคนจะช่วยทำหน้าที่รวมเสียงบางย่านส่งผลให้ได้ยินเสียงย่านนั้น ๆ ดังขึ้น ทำให้เมื่อผู้ผลิตหูฟังถ้าต้องการให้เสียงออกมาเป็นเสียงที่ flat เขาจะต้องบูสเสียงบางย่านขึ้นมาเพื่อชดเชยการทำงานของใบหู
- เสียง flat สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า Neutral
เป้าหมายการบูสเสียงของหูฟังจะเรียกว่า Target curve ซึ่งตัวที่มักจะเจอกันบ่อย ๆ จะได้แก่
- Free field จะเป็นเสียงที่ flat เหมือนกับลำโพง flat ในห้องเงียบ หรือ anechoic chamber ซึ่งจะทำให้รู้สึกแห้งๆ ไม่นิยมเอามาใช้กัน
- Diffuse field เป็นเสียง flat แบบที่ฟังในห้อง ทำให้เสียงฟังดูมีชีวิตมากขึ้น
- Harman Neutral เป็นเสียงที่ไม่ได้ flat เสียงทีเดียว แต่เป็นเสียงที่ผ่านการวิจัยโดย Harman มาแล้วว่าเป็นเสียงที่คนทั่วไปชอบมากที่สุด
- Etymotic เป็นอีกเจ้าหนึ่งที่มีการวิจัยเรื่องเสียง ลักษณะจะคล้าย ๆ Diffuse field แต่จะลดความดังช่วง 10k Hz เป็นต้นไปลงมาเล็กน้อย ทำให้เหมือนฟังในห้องจริง ๆ มากขึ้น
- IEF (In-Ear Fidelity) Neutral target - เสียง flat ที่พัฒนาโดย Crinacle ซึ่งใช้ความรู้สึกของเขาเอง แต่ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน
ส่วนตัวผมแนะนำหูฟังที่เป็น Harman Neutral, Etymotic หรือ IEF ซึ่งมีความใกล้เคียงกันพอสมควร
นอกจากนี้ target curve จะมีความแตกต่างออกไปตามไมค์ที่ใช้วัดด้วย ดังนั้นก็จะเป็นเรื่องปกติที่คุณอาจจะเห็นกราฟแต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกันซึ่งก็ขึ้นอยู่กับไมค์ที่ใช้วัดนี้เอง
3. หาหูฟัง
ปัจจุบันมีฐานข้อมูลออนไลน์ที่มีคนวัดหูฟังรุ่นต่าง ๆ ไว้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปดูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่น
- https://squig.link/
- แนะนำ database ของ aftersound เพราะ target เยอะดี https://aftersound.squig.link/
- https://crinacle.com/graphs/iems/graphtool/
สำหรับ IEM ที่ผมแนะนำก็จะมี 4 ตัวตามกราฟซึ่งราคาจะไม่เกิน 2000 บาท ส่วนหูฟัง over ear ผมยังไม่มีคำแนะนำเพราะส่วนใหญ่ตัวที่ดีพอราคาจะเกินหมื่น

- ใช้ EQ แน่นอนว่าอุปกรณ์ของเรามันก็อาจจะยังไม่ได้ flat หรือ Neutral อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัวอุปกรณ์เอง หรือสำหรับลำโพงอาจจะเป็นเพราะห้องที่ฟัง การใช้ EQ จะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่จะทำให้ระบบของคุณสมบูรณ์ที่สุด
ถ้าเป็น Android โปรแกรม EQ ที่นิยมใช้กันคือ Wavelet
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pittvandewitt.wavelet
ซึ่งใช้งานได้ง่าย สามารถใส่รุ่นหูฟังของคุณลงไป โปรแกรมนี้จะ EQ ให้กลายเป็น Harman target โดยอัตโนมัติ ข้อเสียเดียวคือโปรแกรม https://webtet.net/apcl/ ไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้บนโทรศัพท์
ส่วนบน Windows ก็จะมีโปรแกรม Equalizer APO
https://sourceforge.net/projects/equalizerapo/
ซึ่งอาจจะใช้ยากเล็กน้อย แต่ผมบอกเลยว่าคุ้มที่จะศึกษา
หรือถ้าต้องการลง UI เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น ก็สามารถ download Peace Equalizer, interface Equalizer APO มาเพิ่มได้
https://sourceforge.net/projects/peace-equalizer-apo-extension/
วิธีใช้งานผมแนะนำให้ลองหาใน Youtube ดูก่อน ถ้าใครมีติดปัญหาส่วนไหน จะ comment ถามหรือ PM มาถามก็ได้ครับ

- โปรไฟล์ Eq สำหรับหูฟัง
สำหรับคนใช้หูฟัง คุณสามารถหา EQ profile ได้ง่าย ๆ ด้วยเว็ป AutoEQ โดยใส่รุ่นหูฟังคุณลงไป แล้วเลือก equalizer app เป็น EqualizerAPO ParametricEq หรือ EqualizerAPO GraphicEq จากนั้นก็ download เพื่อ import ใน EqualizerAPO ได้เลย
อีกทางเลือกหนึ่งคือ ใช้เว็ปในข้อ 3 https://aftersound.squig.link/ https://crinacle.com/graphs/iems/graphtool/ จะมีเมนูสำหรับสร้าง Eq profile เช่นกัน
วิธีใช้ How to TUNE your headphones (the easy way!) https://www.youtube.com/watch?v=PsijHAVLbuY

- วัดด้วย REW
ถ้าคุณใช้ลำโพง ทางเดียวที่คุณจะ EQ ให้ระบบของคุณ flat ได้คือ คุณจะต้องใช้โปรแกรมวัดเสียง
เรื่องอุปกรณ์สำหรับวัด https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902911593468982/
โปรแกรม Room EQ Wizard (REW) https://www.roomeqwizard.com/
โปรแกรม REW จะมี auto EQ ให้ใช้ในตัว และสามารถ export เป็น ParametricEq มาใส่ EqualizerAPO ได้เลย
เอาหละเรื่องนี้ผมขอลงลึกเพียงเท่านี้ดีกว่า ถ้าลงลึกมากไปรับรองว่ายาว ถ้าใครมีคำถามหรือติดปัญหาการใช้งานอะไรก็คอมเมนหรือทักมาได้ครับ

Equalizer APO
https://sourceforge.net/projects/equalizerapo/