เคยได้ยินคนถาม ทำไมลำโพง Marshall เสียงดี หรือ จะทำอย่างไรเสียงถึงจะดีเหมือน Marshall
วันนี้ได้ Marshall Stanmore รุ่นแรกมาวัด ซึ่งก็มีหลาย ๆ คนยกให้เป็น Marshall รุ่นที่เสียงดีที่สุดตัวหนึ่ง
มาดูผลกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
บทความอื่น ๆ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1rxUrbgZ-fHgAC0ry7jyNlXNsLzxi6G1SH0ofxL6onEk
- อุปกรณ์
- DUT - Marshall Stanmore I
- DAC - Topping D10 (Opt out)
- Laptop - Asus Zenbook

- สาย
- ใช้สาย TOSLINK ระหว่าง DAC กับ ลำโพง
- ต่อ DAC ด้วย USB type B ทั่ว ๆ ไป
- สายไฟต่อปลั๊กที่มีฟิวเตอร์

- อุปกรณ์อันเสียง
- Audio Interface - Topping E2x2
- Mic - Dayton EMM-6

- Frequency Response 1 เวลาวัด ผมจะวัดที่ความดังประมาณ 85 dB แล้วใส่ psychoacoustic smoothing ย่านความถี่ต่ำจะต่ำลงเนื่องจากผลของ room mode
รูปแรกหมุน bass ไปที่ 6 treble ไปที่ 4

- Frequency Response 2 หมุน bass ไปที่ 0 treble ไปที่ 0

- Frequency Response 3 หมุน bass ไปที่ 10 treble ไปที่ 10

- Frequency Response 4 รูปแรกหมุน bass ไปที่ 6 treble ไปที่ 4 เหมือนรูปแรก แต่ย้ายไมค์เล็กน้อย
จะเห็นว่าย่านความถี่สูงจะเปลี่ยนไป

- Nearfield Frequency Response

- Distortion SPL
Noise วันนี้จะอยู่ประมาณ 30 dB นิด ๆ ถ้าไม่นับความถี่ที่ต่ำกว่า 200Hz Noise สูงสุดจะดังไม่เกิด 35 dB

- Distortion Percent วัดเป็น % THD จะอยู่ที่ระดับไม่เกิด 2%

- Waterfall Settings
- windows 4.5 ms
- time range 4ms
- rise time 0.6ms
- use CSD mode
- ขอบต่ำสุดอยู่ที่ 60 (85 - 25) dB
มีการสะสมพลังงานช่วง 700 - 2000 Hz พอสมควร

- สรุป
Marshall Stanmore I เป็นลำโพงที่ดีสมชื่อ การตอบสนองความถี่อยู่ในช่วง +-4 dB ตั้งแต่ความถี่ 40 - 13k Hz THD ที่ 85dB @1m ไม่เกิน 2% สามารถเปิดดังได้เกิด 100dB ที่ระยะ 1m ได้สบาย ๆ แต่ผมไม่ได้วัดควาดดังสูงสุดนะ เพราะสถานที่ไม่อำนวย มีการสะสมพลังงานช่วง 700 - 2000 Hz อยู่ระดับหนึ่ง เกิน 2ms ออกมาแต่ไม่เกิด 3ms ทำให้สามารถฟังนาน ๆ ได้ไม่ล้าหู
จุดอ่อนหนึ่ง ของ Marshall Stanmore I คือการ low off ของความถี่สูงซึ่งเริ่มเร็วไปหน่อย คือที่ 13k Hz ซึ่งผมคาดว่าน่าจะเกิดจาก ผ้าปิดหน้าลำโพงซึ่งมีความหนา สวยงาม และทดทาน แต่ก็ทำให้เสียงสูง ๆ ผ่านออกมาได้ยากขึ้น การหายไปของย่านเสียงสูงจะทำให้เพลงมีมิติที่น้อยลง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เสียงทึบ มีข้อดีอย่างหนึ่งคือสามารถใช้งานลำโพงได้โดยไปต้องปรับห้องมาก ทำให้สามารถพกพาไปฟังที่ไหนก็ได้
จาก spec ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมคิดว่าถ้าจะทำลำโพงให้ดีกว่า Marshall ตัวนี้ น่าจะทำได้ไม่ยากเกิดไปนัก ขอแค่ออกแบบพอร์ตเป็น ใช้ DSP ได้ ที่เหลือที่น่าจะท้าทายหน่อยก็คือ distortion ที่ไม่เกิด 2% ชึ่งก็จะขึ้นกับตัวแปรหลาย ๆ อย่าง เช่น คุณภาพดอกลำโพงและความก้องของตู้ลำโพง
เรื่องผ้าหน้าลำโพงสามารถแก้ไขได้เช่นใช้ผ้าบางลงหรือเปลี่ยนรูปแบบไปเลย ก็จะได้เสียงสูงกลับมาแต่ก็ต้องระวัง baffle diffraction ที่ก็อาจจะเกิดขึ้นตามมาเช่นกัน

- Impulse Response
หลัง 5ms จะเริ่มเป็นเสียงสะท้อนจากห้องนะครับ

- Group Delay ใช้ time window ตาม Impulse Response (หน้า 13)
