EP1 - แนะนำกราฟ REW ที่ได้จากการอัดเสียง https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902348570191951/ EP2 - แนะนำกราฟอื่นที่ REW สามารถเก็บได้ https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902718620154946/
EP3 นี้ผมจะมาแนะนำอุปกรณ์ ต้องใช้อะไรบ้าง
คิดว่าเดี๋ยวผมคงจะลิสต์รายการออกมาก่อนว่าต้องมีอะไรบ้าง แล้วเดี๋ยวค่อยลองจับชุดรวมราคาดูว่าเท่าไหร่ ในแต่ละหัวข้อผมจะบอกก่อนว่าอุปกรณ์นั้นๆ ใช้ทำอะไร จากนั้นก็สเป็คที่ผมแนะนำ อุปกรณ์ที่ผมแนะนำ ราคา และที่ซื้อ (แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อตามผมนะ และผมไม่ได้ประโยชน์ได้ ๆ จากการแนะนำสินค้า) ของที่ผมแนะนำจะพยายามเน้นของถูกและดีพอ จากนั้นถ้ามีอะไรเพิ่มเติมผมก็จะเขียนต่อท้าย
- วิธีประหยัดงบที่สุด - ไม่ซื้ออุปกรณ์เพิ่ม
ใช้สำหรับ
- วัด FR
คือใช้แค่มือถือ แล้วลงโปรแกรม RTA เช่น สำหรับหุ่นเขียว https://play.google.com/store/apps/details?id=radonsoft.net.rta&hl=th สำหรับแอปเปิ้ล https://apps.apple.com/th/app/mobile-tools-by-audiocontrol/id1321129383?l=th
แล้วอัดเสียง White Noise https://www.youtube.com/watch?v=IMRj1ombxqY
หรือถ้าคุณมีไมค์โครโฟนอยู่แล้วคุณจะลองเอามาวัดโดยใช้ฟังก์ชัน RTA ของ REW ก็ได้

- วิธีแบบประหยัด (ต่อ)
ข้อเสียก็คือวิธีการนี้คือมันมักจะมีความคลาดเคลื่อนที่สูงมาก จากรูปผมใช้มือถือและไมค์ของผมวัด white noise จากลำโพงตัวเดียวกัน จะเห็นว่าผลลัพธ์มันไปกันคนละทางเลย สำหรับคนใช้แอปเปิ้ลอาจจะได้ผลที่ดีหน่อยเพราะฮาร์ดแวร์ของแอปเปิ้ลค่อนข้างเป็นมาตรฐาน โปรแกรมอาจจะมี calibrate ไว้ก่อนทำให้วัดได้ตรง ส่วนใครใช้แอนดรอยด์นี่จะยากหน่อยไมค์แล้วแต่ผู้ผลิตเลย ยากที่โปรแกรมจะมี calibrate มาก่อน ส่วนไมค์ที่ใช้ประชุมออนไลน์ทั่วไปก็เช่นกัน ปกติมันจะไม่ได้จูนมาให้ตรงอยู่แล้ว
และอีกอย่างหนึ่งคือถึงอุปกรณ์ของคุณจะสามารถวัด FR ได้ตรง แต่ข้อมูลมันยังไม่แม่นยำพอสำหรับการทำเน็ตเวิร์ค ดังนั้นวิธีนี้อาจจะใช้ได้กับ DSP เท่านั้น

- Audio Interface
ใช้สำหรับ
- วัด FR
- วัด Impedance
Audio Interface เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อไมค์หรือเครื่องดนตรีเข้ากับคอมพิวเตอร์
สเปค์ที่ผมแนะนำคือ
- จะต้องมี input อย่างน้อย 2 channel และ output อย่างน้อย 2 channel
- SNR ยิ่งสูงยิ่งดี (หรือ THD ยิ่งต่ำยิ่งดี)
- เรื่อง Gain ไม่จำเป้นต้องมากเพราะเราใช้วัดลำโพงหางอย่างมาก 1 เมตร ซึ่งเสียงดังพออยู่แล้ว
- ใช้ ASIO ได้
- Sample rate สูง
Audio interface ตัวที่ผมแนะนำตอนนี้คือ Topping E2x2 ราคาประมาณ 5,650 บาท ซึ่งราคาถูกมากๆ สำหรับ input 2 channel และ THD ที่ต่ำถึง 0.0003% ขอเสียงของตัวนี้อาจจะเป็นที่ไมค์ Gain ไม่มาก แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับงานเราอยู่แล้ว https://th.aliexpress.com/item/1005005900994376.html?gatewayAdapt=glo2tha แต่เสียดายของหมด! ตอนนี้เห็นแต่พี่ใหญ่ Topping E4x4 ราคา 9 พันกว่าบาท มี 4 in 4 out ซึ่งอาจจะเยอะเกินไปถ้าเราไม่ได้เอาไปใช้งานอื่นเช่นวัดอะคูสติกห้อง

- ไมค์ RTA ใช้สำหรับ
- วัด FR
ไมค์ชนิด RTA หน้าตาของไมค์ชนิดนี้จะเป็นกระบอกยาวๆ ดังภาพ
สเปค์ที่ผมแนะนำคือ
- มีไฟล์ calibrate มาให้ (อาจจะดาวน์โหลดจากเว็ปผู้ผลิต) หัวข้อนี้สำคัญมาก จำเป็นต้องมี ถ้าไม่มีมาให้ข้ามสถานเดียว
- เป็น polar pattern แบบ omnidirectional ซึ่ง RTA ควรเป็นชนิดนี้อยู่แล้ว แต่ก็ระวังไว้เผื่อเจอของประหลาด
- (ไม่จำเป็น แต่ถ้าได้ก็จะแม่นกว่า) เป็นไมค์สำหรับวัด free field
ไมค์ที่ถูกที่สุดที่ผมแนะนำคือ Dayton Audio EMM6 ราคา 5,050 https://shopee.co.th/Dayton-Audio-EMM-6-Electret-Measurement-Microphone-i.13051438.23282862515 เป็นตัวที่พแใช้งานได้ สามารถดาวน์โหลดไฟล์ calibrate ได้จากเว็ป โดยไมค์ทุกตัวจะมีรหัสอยู่แต่ละตัวก็จะไช้ไฟล์ calibrate ไม่เหมือนกัน (ซึ่งมันต้องเป็นแบบนี้นะ ถ้าเกิดมีเจ้าไหนให้ใช้ไฟล์เดียวกันหมดให้ระวังไว้) บางทีคุณอาจจะเจอไมต์ RTA ราคาไม่เกิน 2 พันบนเว็ปส้ม แต่ผมก็ไม่แนะนำเพราะมันไม่มีไฟล์มาให้นี่แหละ

- polar pattern ของไมค์
ขอแตะเรื่องนี้ซักเล็กน้อยว่าทำไมต้องเป็น Omnidirectional ทั้งที่วัดลำโพงที่อยู่ข้างหน้า เป็น directional ไม่ดีกว่าเหรอ?
ที่ใช้ไมค์ที่มี polar pattern แบบอื่นไม่ได้นั้นเพราะว่ามันมี proximity effect ซึ่งเป็นปรากฏการที่พอเลื่อนไมค์เข้าไปใกล้ๆ จุดกำเนิดเสียงแล้วเสียงย่านเบสจะดังขึ้น เหมือนเวลาคุณเอาไมค์จอใกล้ ๆ ปากแล้วเสียงจะหล่อขึ้นนั่นแหละ
ในการวัดลำโพงเองจะมีขึ้นตอนการวัด Near field ที่จะต้องเอาไมค์ไปจ่อลำโพงให้ใกล้ที่สุด ทำให้ไมค์ที่เลือกใช้จะต้องไม่มี proximity effect นั่นคือเหตุผลว่าทำไมไมค์ถึงต้องเป็น Omnidirectional

- สาย XLR ใช้สำหรับ
- วัด FR
ถ้าคุณใช้ไมค์แล้ว ก็ต้องไม่ลืมว่าจะต้องมีสายไมค์ด้วย
สาย XLR 5 เมตร ตกประมาณ 250 บาท หรือจะทำเอง ใช้ของดี ๆ ไปเลยก็ได้เหมือนกัน
7. ไมค์ RTA แบบ USB
ใช้สำหรับ
- วัด FR
ข้อดีคือถ้าเป็น USB ก็ไม่ต้องมี audio interface ก็ได้ ข้อเสียคือมันจะทำให้คุณต้องซื้ออย่างอื่นมาเพื่อใช้วัดค่า impedance แทน
สเปค์ที่แนะนำไม่ต่างจากไมค์ RTA ปกติ
- ต้องมีไฟล์ calibrate
- เป็น polar pattern แบบ omnidirectional
ไมค์ตัวที่แนะนำก็ยังคงเป็นของ Dayton คือ Dayton Audio UMM6 ราคาประมาณ 7000 บาท

- DATS V3 ใช้สำหรับ
- วัด Impedance
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัด impedance และหาค่า T/S parameters จาก Dayton (Dayton อีกแล้ว เจ้าของร้านนี่รักผมตายเลย) DATS V3 ซึ่งก็จะมาพร้อมกับโปรแกรมของมันเอง แต่มันก็สามารถใช้กับ REW ได้เหมือนกัน (และใช้ได้ดีด้วย)
DATS V3 ราคา 9,190 บาท https://www.samdee-audio.com/product/1305/dayton-audio-dats-v3-computer-based-speaker-audio-component-test-system
ข้อดีของตัวนี้คือมันไม่ยุ่งยากในการใช้งาน (เดี๋ยวดูรูปต่อไปจะเห็น) แต่ปัญหาก็คือราคาแพง และเหมือนจะยังไม่มีของ แต่ก็ไม่แน่อาจจะเข้ามากลางเดือนนี้ก็ได้

- สายสำหรับวัด Impedance
ใช้สำหรับ
- วัด Impedance
ตัวนี้เป็นสายที่ต้องทำเอง หรือใครจะเอาไปทำขายก็ไม่ว่ากันนะ วิธีทำสายดู เต็ม ๆ ได้จากลิงค์นี้ หรือ Youtube ก็น่าจะมีคนสอน (ไม่ก็ดูจากรูปต่อไป) https://www.roomeqwizard.com/help/help_en-GB/html/impedancemeasurement.html
ส่วนประกอบก็จะมี
- หัว TS ขนาด 6.5 3 หัว ใครจะใช้หัว Neutrik ก็ได้ แต่ของผมใช้ LIDGE หัวละประมาณ 40 บาท
- สาย 2 คอร์ 1 เมตร (หรือใครจะเผื่อยาวหน่อยก็แล้วแต่) ตัดเป็น 2 เส้น ผมใช้ของดีหน่อยราคา 110 บาท
- คลิปปากจระเข้ ตีซะอันละ 5 บาท
- ตัวต้านทาน R (sense) 100 ohm 1/2 W 1 ตัว คิดราคา 5 บาท
- ตัวต้านทาน R (calibrate) 1k ohm 1/2W 1 ตัว คิดราคา 5 บาท
ตกราคารวมประมาณ 250 บาท ไม่รวมค่าแรง

- วิธีต่อสาย
ตามภาพด้านซ้ายจะเป็นวิธีต่อจากเว็ป REW ซึงผมว่าดูยาก ผมเลยวาดใหม่เป็นรูปด้านขวา ซึ่งน่าจะดูง่ายขึ้น (มั้ง)
สุดท้ายจะเหลือ R (calibrate) 1k ohm อีกตัวนึง ซึ่งตัวนี้จะใช้ตอน calibrate ในโปรแกรม

- สรุปราคา
ชุดที่ 1 - สาย DIY Audio interface + ไมค์ RTA + สาย XLR + สายทำเอง 5650 + 5050 + 250 + 250 = 11,200 บาท
ชุดที่ 2 - ไม่เอา AI (audio interface) ไมค์ RTA + DATS V3 7000 + 9190 = 16,190 บาท
ชุดที่ 3 - ไม่เอาสาย DIY Audio interface + ไมค์ RTA + สาย XLR + DATS V3 5650 + 5050 + 250 + 9190 = 20,140 บาท
