measurementVituixCADcrossover

วิธีการวัดลำโพงสำหรับทำ crossover EP 1

Series นี้ผมจะลงวิธีการวัดลำโพงเพื่อจะนำไปทำ crossover โดยเฉพาะ

ผมจะอธิบายขบวนการวิธีอย่างคล่าว ๆ พอให้ลองทำตามกันได้ แต่ก็จะไม่ลงลึกถึงวิธีการ settings และการทำ calibration นะ ถึงถ้าใครติดปัญหาส่วนนั้นก็สามารถ Message มาสอบถามได้

ในตอนที่ 1 จะเกี่ยวกับ อุปกรณ์ที่ใช้ และ เริ่มต้นวัด Impedance

  1. อุปกรณ์ 1
  • Audio Interface
  • Omni RTA mic
  • DATS v3 / DATS LA

อ้างอิงจากบทความเก่า เลือกตามที่มี

https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902911593468982/

  1. อุปกรณ์ 2
  • Turn Table
    • ไม่จำเป็นแต่ถ้ามีก็จะทำให้วัดได้เร็วขึ้นเยอะ Turn Table ของผมจะมีวางแม่เหล็กที่มุมองศาทุก ๆ 15 องศา ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเล็งหรือต้องค่อย ๆ วัดมุมเหมือนเมื่อก่อน
  • โปรแกรม REW
    • ผมแนะนำให้ใช้ REW หรือโปรแกรมที่สามารถทำงานได้ใกล้เคียง
    • ไม่แนะนำโปรแกรมวัด RTA เช่น Smaart หรือ Open Sound Meter เพราะจะทำบางอย่างไม่ได้
  • สถานที่วัด
    • ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก เพดานสูง 3 เมตรขึ้นไป ความกว้างความยาวมากกว่า 3 - 4 เมตร
    • เสียงก้องของห้องไม่มีผลต่อการวัด การวัดแบบนี้สามารถใช้กับห้องที่มีเสียงก้องได้
    • แต่เสียงในห้องต้องเงียบ ต่ำกว่า 30 dB ได้จัดว่าดี แต่ถ้าอยู่ซัก 40 dB นิด ๆ ก็ไม่เป็นไร

https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902911593468982/

  1. วัด impedance (ด้วย Audio Interface และ REW)
  • เตรียมสายวัด (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ในคอมเมนต์)
  • เสียบสายเข้า audio interface และ ลำโพง

https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/1902911593468982/

  1. วัด impedance (ด้วย Audio Interface และ REW)
  • เลือก Type ให้เป็น Impedance
  • ถ้าวัดครั้งแรกจะต้องทำ Calibration ก่อน
  • สำหรับวัด impedance ผมแนะนำให้เปิด level ให้ดังที่สุด หรือ 0dBFS
  • กด Start

  1. วัด impedance (ด้วย Audio Interface และ REW)

ภาพนี้เป็นผลการวัด ซึ่งอันนี้ผมยอมรับว่า calibrate มาไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าเดี๋ยวผมจะไปใช้ DATS v3 แทน

  1. วัดด้วย DATS

อันนี้ผมเชื่อว่าถ้าใครมี DATS อยู่แล้วก็คงจะทำกันเป็น

ส่วนใครยังไม่มีผมแนะนำให้หามาใช้ ไม่ว่าจะซื้อมือ 2 หรือจะยื้มเพื่อน

  1. export file .zma หรือ .txt

เมื่อวัดค่าเรียบร้อยแล้วก็ export ไฟล์ออกมาให้เรียบร้อย

REW: เลือกเมนู File > Export > Export measurement as text แล้วเลือก OK DATS: เลือกเมนู File > Export Impedance Data > DATS Formatted .txt or .zma

วิธีการวัดลำโพงสำหรับทำ crossover EP 2

ขั้นตอนนี้ รวม วิธีการตั้งตำแหน่งไมค์ การวัด On-axis และ Off-axis Frequency Response การจำกัด IR (Impulse Response) Window การวัดเพื่อทำ Alignment ระหว่าง Woofer กับ Tweeter

  1. การตั้งไมค์เพื่อวัดลำโพง
  • อันดับแรกไมค์ จะต้องหางจากลำโพงอย่างน้อย 3 เท่าของด้านที่ยาวที่สุดของหน้าลำโพง
    • ตัวอย่างหน้าลำโพงของผมสูง 17.4 ซม. ดังนั้นผมเลยตั้งไมค์ห่างจากลำโพง 60 ซม.
    • แต่ถ้า
  • ไมค์และลำโพงควรอยู่สูงจากพื้นพอสมควร ดีที่สุดคือสูงอยู่ระดับกลางห้อง
  • ในโปรแกรม VituixCAD จะมีเครื่องคิดเลขสำหรับคำนวน Time window อยู่
    • เข้าจากเมนู Tools > Auxiliary
    • ใส่ระยะห่างและความสูงไมค์จากลำโพงและพื้นลงไป
    • โปรแกรมจะคำนวนค่า Time window ออกมา ในตัวอย่างมีค่าเป็น 5.45 ms

  1. วัด frequency response
  • เลือก Type SPL
  • ตั้งชื่อ xxx_hor_0
    • xxx แทนชื่อลำโพงหรือชื่อที่ให้เราจำได้
    • hor ย่อมาจาก horizontal หรือวัดตามแกนนอน
    • 0 ตัวสุดท้ายคือองศา
    • บางคนอาจจะเลือก Add number โดยเริ่มที่ 0 แล้วเพิ่มตามองศาที่จะหมุนก็ได้เช่นกัน
  • Range ให้ตั้ง
    • 20 - 20000 สำหรับ Woofer
    • 500 - 20000 สำหรับ Tweeter
  • Level ใช้ปรับความดัง ตอนทำ tweeter ไม่จำเป็นต้องเปิดดัง เปิดให้อยู่ในระดับฟังสบาย ๆ ก็พอ
  • สามารถกด Check Level เพื่อดูระดับเสียงก่อนได้
  • กด Start เพื่อเริ่มบันทึก (ทำตัวให้เงียบที่สุดด้วยหละ)

  1. Estimate IR delay เป็นการปรับ delay ให้ Phase อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง โดย
  • กดที่ Actions ด้านขวาบน (ในเวอร์ชั่นใหม่ปุ่มนี้จะหายไป กลายเป็นคลิกขวาแทน)
  • เลือก Estimate IR delay
  • เลือก Shift and update timing offset
    • ในขั้นตอนนี้เฟสจะถูกปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และจะตั้ง offset สำหรับการวัดในครั้งต่อ ๆ ไปให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมากดทุกรอบ

  1. วัด off-axis จับลำโพงหมุนไปตามองศาที่ต้องการ อย่างผมจะหมุนที่ละ 15 องศา จากนั้นก็วัดไปจนครบ 180 องศา (เมื่อก่อนผมใช้ไม้บรรทัดครึ่งวงกลมในการวัดองศาซึ่งก็เสียเวลาอยู่พอสมควร เดี๋ยวนี้มี turn table แล้วง่ายขึ้นเยอะ)

อย่าลืมเปลี่ยน “เลข” ท้ายชื่อให้ตรงกับมุมที่วัดด้วย หรือถ้าใช้ Add number ท้ายชื่อก็อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องด้วย

  1. ผลการวัด จากมุม 0 องศา ถึง 180 องศา

  1. ปรับ IR Windows
  • เลือก tab Impulse
  • แล้วกดที่ปุ่ม IR Windows ด้านบน
  • ตั้งค่า left width เป็น 1.0
  • Ref time ยังไม่ต้องสนใจ
  • Right width ให้ตั้งตาม Time windows จาก VituixCAD สวนตัวผมชอบปรับให้น้อยกว่าเล็กน้อย
  • กด Apply to all, keep ref time

จะสังเกตเห็นว่า กรอบ window (สีน้ำเงิน) จะบีบเข้ามาจน impulse จาก first reflection จะอยู่นอกกรอบนี้พอดี

  1. far field frequency response

ผลที่ได้จากการปรับ IR Window ก็คือกราฟ SPL จะเรียบขึ้น เพราะจะตัดคลื่นที่สะท้อนมาจากห้องออกไปหมด แต่กราฟเบสก็จะหายไปบางส่วนด้วย ซึ่งไม่เป็นไร เราจะไปซ่อมทีหลังใน VituixCAD

  1. แก้ Ref time ในกรณีอาจจะเจอกราฟ impulse บางอันที่ Ref อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง สามารถแก้ได้ด้วยการลากป้าย Ref สี่น้ำเงินด้านบนมาในต่ำแหน่งที่ถูกต้อง

  2. ปรับระดับ SPL ให้อยู่ในระดับเดียวกัน

  • เนื่องจากเวลาเราหมุนลำโพง ตำแหน่งดอกลำโพงจะมีเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ระยะหางจากดอกลำโพงถึงไมค์เปลี่ยนไป ระดับความดังก็จะเปลี่ยนไปด้วย ในทางทฤษณีเราสามารถปรับแก้ได้ด้วยการปรับความดังของกราฟทุกกราฟให้เบสมีความดังเท่ากันไปเลย เพราะเบสความถี่ต่ำ ๆ ที่มีความยาวคลื่นมากมันจะอ้อมไปด้านหลังลำโพงที่มีความกว้างน้อยกว่าความยาวคลื่นมากได้โดยไม่เสียกำลังไป
  • ขั้นตอนนี้อาจจะไม่จำเป็น ถ้าคนออกแบบจะใช้จุดหมุนของตู้ลำโพงเป็นจุดอ้างอิง ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้

วิธีทำ

  • ที่ Tab ALL SPL กดไปที่ปุ่ม Action (หรือคลิกขวาสำหรับเวอร์ชั่นใหม่)
  • กดไปที่ Measurement Action
  • ที่ Measurement Action เลือกกราฟมุมที่ต้องการปรับ
  • ค่อยเพิ่ม SPL offset ขึ้นจนปลายด้านซ้ายทับกัน
  • เมื่อได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วให้กดปุ่ม Add offset to data

  1. ตรวจตอบอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย Horizontal FR

  2. Export .FRD

  • File > Export all measurements as text
  • เช็คว่าใช้ use range of measurement หรือเป็น custom range แล้วปรับค่าตาม windows เช่นในตัวอย่างเป็นค่า 200 - 20000 Hz ก็ได้เช่นกัน (สุดท้ายจะหายไปตอนรวมกราฟกับ near field อยู่ดี)
  • กด OK
  • เลือก folder ที่ต้องการเก็บ export file

  1. วัดตามแนวตั้ง
  • ทำซ้ำอีกรอบนึงแต่จำลำโพงนอนลงเพื่อวัด off-axis แนวตั้ง
  • เปลี่ยนชื่อเป็น xxx_ver_0
    • ver ย่อจาก vertical หรือตามแนวตั้ง
    • มุมจะเริ่มจาก -90 ถึง 90 องศา หรือใครจะวัดจนครบ 360 องศา ก็ได้เช่นกัน

  1. ตรวจตอบอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย Vertical FR
  • กราฟ xxx_ver_-90 ถึง xxx_ver_90
  • กราฟ xxx_ver_0 จะซ้ำกับ xxx_hor_0 จึงไม่จำเป็นต้องใช้ (ตอน import เข้า VituixCAD จะมีฟ้องอีกที)

  1. ทำแบบนี้กับ Tweeter เช่นกัน โน้ต
  • อย่าลืมตั้งชื่อแยกจาก woofer ชัดเจน
  • ปรับ Sweep Range 500 - 20000 Hz
  • ตอน align SPL ถ้า diffraction เยอะจนทำให้ align ยาก สามารถลด IR windows ลงมาหน่อยเพื่อให้ align ได้ง่ายขึ้นได้ แต่พอเสร็จแล้วปรับให้เท่าเดิม
  • เมื่อเสร็จแล้ว export ออกมาทั้ง hor และ ver
  • ตอน export อย่าลืมตรวจสอบ use range of measurement หรือ custom range 500 - 20000 Hz

  1. วัด alignment Woofer กับ Tweeter (สำคัญมาก!!) ขั้นนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดลองลงมาจากวัด On-axis FR เลยทีเดียว ในการวัดจะให้ต่อทั้ง woofer และ Tweeter พร้อมกัน แล้ววัด สิ่งสำคัญคือ
  • ตำแหน่งของลำโพงจะต้องอยู่ที่เดิม
  • อาจจะวัดให้เรียบร้อยก่อนที่จะวัด vertical off-axis
  • หรือ ถ้าไม่มี turn table ให้วัด on-axis ทั้ง woofer tweeter และ alignment ไว้ต่างหากเลยก็ได้
  • ความดังของ woofer และ tweeter จะต้องไม่ต่างกันเกินไป ถ้าต่างกันมากให้ใช้วิธีแก้ในขั้นตอนถัดไป
  • ความดังของ woofer และ tweeter ต่างกันมากเกินไปหรือไม่ให้ดูจากกราฟ Alignment ถ้าไม่ต่างจาก tweeter เลย และ เสีย tweeter ก็ดังกว่า Woofer เกิน 12 dB

  1. วัด alignment Woofer กับ Tweeter กรณี Tweeter ดังกว่า woofer มาก ในกรณีที่ tweeter ดังกว่า woofer มาก (ของผม 16 dB) ให้ต่อ ตัวต้านทานลดความดัง tweeter ลงมาหน่อย ตัวอย่างผมต่อตัวต้านทาง 4 โอมอนุกรมเข้ากับ tweeter เพื่อให้ระดับเสียงลดลงก่อนวัด

ยาวพอสมควรแล้วผมขอจบตอนลงตรงนี้ก่อน แต่อย่าเพิ่งเก็บไมค์นะครับ เพราะเราจะต้องวัด Near field ต่อซึ่งผมจะบอกวิธีในตอนต่อไป

  1. export ไฟล์ Alignment

ถ้าใครใช้ turn table แล้วสามารถวัดโดยไม่ย้ายลำโพงได้ก็สามารถใช้ FR จาก woofer กับ tweeter ได้เลย หรือถ้าทำไม่ได้และมีการย้ายลำโพง ก็อย่าลืม export woofer กับ tweeter ใหม่นี้ออกมาด้วย แล้วถ้าใครต้องทำปรับความดังของ tweeter ก็อย่าลืม export ออกมาเพิ่อเอามาตรวจสอบความถูกต้องด้วย

วิธีการวัดลำโพงสำหรับทำ crossover EP 3

ตอนนี้จะเกียวกับการ วัด Near Field และการรวมกราฟ Far Field และ Near Field เข้าด้วยกัน

ต้อนนี้มีความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งคือผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครเคยสอนวิธีนี้มาก่อน แม้ในต่างประเทศก็น่าจะมีน้อยมาก ต้องเป็นคนที่ใช้ VituixCAD เยอะแล้วอ่านวิธีใช้ของมันจริง ๆ ถึงจะรู้

  1. วิธีวัด near field

วิธีตั้งไมค์

  • woofer
    • ตั้งไมค์ให้กลางและใกล้ผิว woofer มากที่สุด ระยะควรไม่เกิน 5 mm ถ้า woofer มี duct cap ก็ตั่งให้กลาง duct cap แต่ถ้าเป็น phase plug จะต้องวัดเอียง ๆ ที่ขอบ phase plug แทน
  • port
    • ถ้าพอร์ตตรง ๆ ธรรมดาไม่มี flare หรือ flare น้อย ๆ ให้ตั้งปากไมค์ไว้เสมอกับปากพอร์ต หรือกินเข้าไปเล็กน้อย ~1-2 mm ส่วนพอร์ต flare กว้าง ๆ ให้หาระยะความกว้างเฉลี่ยของปาก flare ส่วนแคบและส่วนกว้าง แล้ววางไมค์ในตำแหน่งนั้น ตัวอย่าเช่น พอร์ตของลำโพงในภาพมี flare พอสมควร เวลาตั้งไมค์ก็ต้องยื่นเข้าไปเล็กน้อย

ความดังของที่บันทึก

  • เนื่องจากไมค์อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงมาก ๆ ทำให้ต้องปรับความดังลง ปกติผมจะเริ่มปรับลดความดังลงจากที่วัด Far Field ลงไปซัก -30 dB ก่อน
  • จากนั้นปรับให้เบาที่สุดที่ยังบันทึงเข้าโปรแกรมแล้วยังชัดอยู่ (70-90 dB)
  • ความดังนั้นไม่จำเป็นต้องสัมพันธุ์กับ Far Field เพราะเดี๋ยวจะไปแก้ใน VituixCAD อยู่ดี
  • เมื่อปรับเสียเพื่อวัด Woofer แล้ว ตอนวัดพอร์ต จะต้อง “ไม่ปรับ” ความดังอีก ง่าย ๆ คือ ปรับความดังครั้งเดียวแล้ววัด Woofer ทุกดอก พอร์ตทุกพอร์ต ไม่แตะ volume control อีกเลย
  • ถ้ามีดอกหลายดอก พอร์ตหลายพอร์ต ก็วัดมาให้ครบทุกจุด

  1. ผลการวัด near field

เมื่อวัดเสร็จแล้ว

  • อย่างแรก ผม “ไม่แนะนำ” ให้ทำ estimate IR delay ของทั้ง 2 กราฟ ถ้ายังไม่เข้าใจเรื่อง phase กับ delay ผมแนะนำว่าข้ามส่วนของการปรับ phase ไปเลย
  • กราฟนี้สามารถบอกคุณภาพของลำโพงและพอร์ตได้ระดับนึงเลย
    • ดูที่พอร์ต จะเห็น port noise ที่ 1k Hz นิด ๆ ชัดเจนซึ่งก็เป็นปกติของพอร์ตยาว ๆ ยังไม่ได้ damping ใด ๆ เพิ่มด้วย แต่ก็เป็นตามที่ออกแบบไว้เพราะพอร์ตอยู่ด้านหลังทำให้ไม่มีผลต่อการพังเสียโดยรวมเท่าไหร่ (ถ้ามีก็เอา absorber ไปตั้งหลังลำโพงก็จบเช่นกัน)
    • อันนี้เห็นแล้วต้องอวยหน่อย Dayton รุ่นใหม่ ๆ นี่ไม่ผิดหวังเลย ND-91 nearfield เรียบมาก เสียงอย่างเดียวหน้ามีเนียม decay ที่ 1000 Hz มันช้าไปหน่อย
    • ใครที่อยากดู Group Delay ของ woofer และพอร์ต ก็สามารถดูได้เช่นกันที่ tab GD

3. Export file ให้เรียบร้อย ทวนวิธี export frequency response ใน REW อีกที

  • เลือกเมนู File > Export > Export all measurements as text
  • เลือก use range of measurement แล้วกด OK
  • เลือก folder ที่ต้องการเก็บ export file
  1. รวม Far field and Near field ถ้าใครสนใจอยากฟังต้นฉบับผมแนะนำให้ฟังคลิป Youtube ที่ชื่อว่า “20-20kHz Free Field Measurements Without an Anechoic Chamber” อันนี้เป็น Original ของวิธีวัดนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคนพูดคือ “Steve Temme” เป็นหนึ่งในคนที่วิจัยคิดวิธีนี้ขึ้นมา! เสียอย่างเดียวคือไม่มี sub ภาษาไทย : P

คลิปใน คอมเม็นต์ https://youtu.be/rEEe0we1Mrs

  1. VituixCAD Diffraction simulation เรามาเริ่มทำข้อมูล baffle step และ diffraction ก่อน

ความสำคัญ

  • เนื่องจากเวลาวัด near field เราเอาตัวแปรที่เกิดจากรูปร่างของลำโพงออกไปทั้งหมด เราจึงต้องทำการ simulate ลักษณะของหน้าลำโพงเพื่อเอา baffle step และ diffraction กลับมาด้วย

วิธีทำ

  • เปิดเมนู Tools > Diffraction
  1. เริ่ม “วาด” หน้าลำโพง
  • ใส่ขนาดหน้าลำโพง (baffle)
    • Width ความกว้าง สังเกตว่าหน่วยเป็น มิลเมตร (mm)
    • Height ความสูง
    • Conners จำนวนมุม อย่างลำโพง 4 เหลียม ก็นับเป็น 4 มุม (เดี๋ยวมีตัวอย่างเพิ่มเติม)
    • Edge rad. มุมความมนของดอกลำโพง ในตัวอย่างของผมที่ออกแบบไว้คือ 8 มม. เป็นต้น บางคนอาจจะใช้ ดอกเร้าเตอร์ (router bit) เก็บมุมลำโพง ก็เอารัศมีของดอกมาใช้ได้เลย
  • ใส่ขนาดลำโพง (Drivers)
    • ถ้าลำโพงเป็น 4 เหลี่ยมให้เลือกที่ Rect. แต่ถ้าเป็นวงกลมปกติใช้ Circle
    • เลือกใส่ Dd หรือ Sd ซึ่งค่านี้เอามาจาก T/S parameter จากโรงงานหรือจะวัดเองก็ได้
      • กรณีวัดเองใช้ ระยะจากจุดกลึ่งกลางของขอบลำโพง (surround) จางด้านหนึ่งไปด้านหนึ่ง
    • Count จำนวนดอกลำโพง woofer
  • Axis - Distance
    • ค่านี้โปรแกรม VituixCAD แนะนำให้ใส่ค่า 5000 - 30000 mm (5 - 30 เมตร)
    • อีกค่าหนึ่งที่ใส่ได้คือระยะห่างที่วัดจริง อันนี้ต้องลองด้วยตัวเองว่าค่าไหนดีกว่ากัน

เมื่อใส่ค่าครบแล้วให้กดปุ่ม New โปรแกรมจะแสดง

  • รูปเบื้องต้นของหน้าลำโพงขึ้นมา
  • เราสามารถคลิกซ้ายค้างแล้วลากมุมลำโพง ดอกลำโพง และ ตำแหน่งไมค์ได้

  1. ตัวอย่างหน้าลำโพงแบบอื่น ๆ

  1. Simulate the first baffle step and diffraction
  • หลังจากจัดวางหน้าลำโพงและตำแหน่งไมค์ให้เหมือนตอนวัดจริงที่สุดแล้ว โปรแกรมจะสร้าง filter ของ baffle step and diffraction ขึ้นมา
  • กดปุ่ม export เพื่อสร้างไฟล์ .frd สำหรับนำไปใช้ในขั้นตอนต่อไป
  • เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็กดปิดหน้าต่าง Diffraction ได้เลย หรือจะ Save เพื่อลำมาแก้ที่หลังก็ได้

  1. VituixCAD Merger

ต่อไปก็ถึงเวลาจับ Far Field และ Near Field มารวมกันเสียที

  • เปิดเมนู Tools > Merger

  1. ใส่ค่า Near Field ในส่วน Low frequency part
  • กดที่ปุ่ม folder ด้านขวาบน เลือกไฟล์ near field port และ woofer ที่เตรียมไว้
  • เลือก Diffraction response
  • กดที่ปุ่ม folder สำหรับใส่ Diffraction response ใส่ไฟล์ .frd ที่ได้จากขั้นตอนที่ 7 ลงไป
  1. ปรับระดับความดังและ phase ของดอกลำโพงและพอร์ต
  • BS (Baffle Step) บอกโปรแกรมว่า กราฟไหนจะโดนผลจาก baffle step และ diffraction บ้าง หลัก ๆ ก็คืออะไรก็ตามที่อยู่หน้าลำโพง ให้ติ๊กถูกทั้งหมด อย่างเช่น
    • ดอกลำโพงปกติอยู่หน้าลำโพงอยู่แล้วให้ติ๊กถูก
    • ถ้าดอกลำโพงอยู่ด้านข้าง ไม่ต้องติ๊ก
    • ถ้าพอร์ตอยู่ด้านหน้าลำโพงให้ติ๊กถูก
    • ถ้าพอร๊ตอยู่ด้านหลังลำโพงไม่ต้องติ๊กถูก
  • Diam และ Area
    • เลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่ง
    • ถ้าเป็นดอกลำโพง ให้ใส่ Dd หรือ Sd ลงไป
    • ถ้าเป็นพอร์ตให้ใส่ความกว้างปากพอร์ตตำแหน่งที่วัด
  1. ใส่ High frequency part
  • กดที่ปุ่ม folder ด้านขวาบนของส่วน High frequency part ใส่ far field measurement ของ woofer ทั้งหมดลงไป
  • เช็คไฟล์ที่วัด on-axis หรือ 0 องศา (xxx_hor_0.frd) มีติ๊กถูกที่ On-axis
  • ช่อง Diffraction response อย่าเพิ่งทำอะไรกับมันในขั้นตอนก่อนทำ Crossover เพราะจะทำให้กราฟตอนเอามารวมกับ tweeter เพี้ยนไป

  1. ปรับ Scale ของ Low frequency part และ ปรับ transition frequency
  • ปรับ Scale ของ Low frequency part ให้กราฟในช่วง 200-400 Hz ทาบกันมากที่สุด
  • คลิกซ้ายที่กราฟ เพื่อเลือกตำแหน่ง Transition หรือ ตำแหน่งที่จะเริ่มเปลี่ยนจาก Low frequency part เป็น High frequency part
  • สามารถกดเลือกดูกราฟ ที่มุมอื่น ๆ ได้โดยเลือกที่ไฟล์ในตาราง High frequency part
  • เลือก FRD และ กด Merge

  1. ตรวจสอบว่าไฟล์ถูก export เรียบร้อย

15. ทำ alignment บน VituixCAD

ในขั้นตอน ทำ alignment ผมแนะนำให้ใส่แค่ไฟล์ on-axis ก่อน (xxx_hor_0) เพราะถ้าใส่ครบจะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานหนักเกินไป

  • เพิ่ม Driver และตั้งชื่อให้เรียบร้อย
  • ใส่ Frequency Response (xxx_hor_0)
    • woofer ใช้ตัวที่ merge เรียบร้อยแล้ว
    • tweeter ใช้ตัวที่วัดได้เลย
  • ใส่ Impedance ให้เรียบร้อย
  • ลองต่อวงจรขนานดู

  1. เพิ่ม alignment overlay
  • อันดับแรก ถ้าตอนวัดมีใส่วงจรเพื่อปรับความดัง ให้เพิ่มวงจรให้ตรงกันก่อน
  • คลิกขวาที่ SPL หรือ CTA-2034 (ส่วนตัวผมชอบใส่ช่อง CTA-2034 มากกว่า) แล้วเลือก Open Overlay…
  • เลือก ไฟล์ alignment ที่เตรียมไว้ (จาก Ep.2 หน้า 17)
  • จะเห็นว่ามี overlay เพิ่มขึ้นมาที่ CTA-2034

  1. ปรับ Delay ของ tweeter
  • เลือก Tweeter
  • ปรับ Delay จนกว่า CTA-2034 จะทาบลงบน alignment overlay หรือใกล้เคียงที่สุด

  1. ใส่ off-axis response ทั้งหมดแล้วเริ่มออกแบบ crossover ต่อ

เทคนิคการออกแบบ crossover

  • ลำโพงที่ดีควรมีกราฟ frequency response ราบเรียบ (+- 2 db)
  • phase ในช่วง crossover ใกล้เคียงกันมากที่สุด
  • DI ใน CTA-2034 ควรมีค่าน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่ม เรียบเป็นเส้นตรง (แต่ crossover ช่วยในส่วนนี้ไม่ค่อยได้)
  • Impedance จะต้องไม่มีจุดไหนที่ต่ำกว่า 3 โอมเลย
  • เช็ค Power dissipation ทุกครั้งหลังออกแบบเสร็จ (View > Power dissipation)