อยากแรกที่ต้องบอกก่อนคือวิธีนี้วัดเป็นวิธีวัดที่ผมคิดขึ้นเอง ไม่ใช่วิธีวัดตามมาตรฐาน ซึ่งเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังในตอนนี้ว่าการวัดตามมาตรฐานเป็นอย่างไร
- วิธีการวัดตามาตรฐาน มาตรฐานวิธีการวัดลำโพงสามารถอ่านได้ใน IEC 60268-5:2003 ซึ่งถ้าจะอ่านจะต้องเสียตังซื้อ
แต่ว่ามีมาตรฐานประเทศหนึ่งใจดีมากเอามาแจกให้เราอ่านฟรี : D อ่านได้ที่นี่เลย
มอก. 1538-2552 http://www.fio.co.th/web/tisi_fio/fulltext/TIS1538-2552.pdf
- แต่ผมก็แค่อ่านผ่าน ๆ ตานะ ยังไม่ได้อ่านทั้งหมดโดยละเอียด ใครสนใจอ่านแล้วเอาความรู้มาแบ่งปันกันก็ยินดีครับ

- Baffle ตามมาตรฐานเวลาวัดดอกลำโพง จำต้องมีการทำ baffle หรือหน้าตู้ลำโพงขึ้นมา ซึ่งจะมีขนาดตามภาพ หน้าตู้ลำโพงนี้มีขนาดใหญ่มาก ด้วยข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่และอุปกรณ์ของผมทำให้ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้

- Customize Baffle
ผมใช้วิธีการสร้างตู้ลำโพงแบบ open baffle ขึ้นมาแทน ข้อเสียคือความถี่ช่วงเบสจนถึงน่าจะประมาณมิดกลาง ๆ จะไม่สามารถใช้ได้ เพราะคลื่นความถี่นี้มีความยาวคลื่นสูงทำให้สามารถอ้อมจากด้านหลังมาด้านหน้าได้
จะออกแบบให้ด้านหลังยาวขึ้นก็จะต้องใช้พลาสติกมากขึ้น และอาจจะกลายเป็น horn load อีก ซึ่งก็คงต้องค่อย ๆ พัฒนากันไป

- Box Dimension

- วิธีวัดช่วงความถี่ เบส และ มิด
แน่นอนว่าผมก็จะใช้วิธี Near field measurement ซึ่งจริง ๆ ผมก็ไม่รู้ทฤษฎีของตัวนี้เท่าไหร่ว่าต้องใกล้ขนาดไหน และใช้ความถี่ได้ถึงเท่าไหร่ ดังนั้นผมขอเชื่องเครื่องคิดเลขของ VituixCAD ละกัน
ซึ่งดอกกว้าง 80 มม. สามารถใช้ความถี่สูงสุดที่ 1369 Hz และต้องตั้งไมค์ให้ใกล้ลำโพงที่สุด ห่างได้ไม่เกิน 4.4 มม.
(รูปลืมถ่ายมาเอารูปเก่าไปดูประกอบนะ : P )

- Baffle step compensation เมื่อวัด Near field แล้วต้องทำ baffle step compensation เสมอ
Baffle step คืออะไร? ความถี่เสียงที่มีความยาวคลื่นสูง ๆ จะสามารถอ้อมไปด้านหลังได้ทำให้พลังงานหายไป ในขณะที่ความถี่เสียงที่มีความยาวคลื่นสั้น ๆ มันจะพุ่งมาข้างหน้าเสมอ ไม่กระจายไปด้านหลังทำให้พลังงานทั้งหมดพุ่งมาฝั่งด้านหน้า
เมื่อเราวัด near field เราจะวัดใกล้มาก ๆ วัดก่อนที่จะเกิดการกระจายของเสียงไปด้านหลังเสียอีก ทำให้เสียงเบสถึงมิดดังขึ้นมากว่าการฟังแบบไกล ๆ
Baffle step compensation ก็คือการแก้ปรากฏการนี้นี่แหละ ซึ่งผมก็จะใช้ tool ใน VituixCAD เช่นเคย

- ลองเอาผลวัดมาดู ผลจากการวัดที่องศาต่าง ๆ ตั้งแต่ 0 - 90 องศา ซึ่งผมคิดว่าน่าจะใช้ความถี่ตั้งแต่ 700 Hz ขึ้นไปได้อยู่

- ต่อ near field measurement ลงไป

- สรุป ผลการวัด COL4.0 รอบนี้น่าจะพอใช้ได้อย่างฉิวเฉียด ถ้าตู้เทสผมเกิดการแทรกสอดที่ความถี่สูงกว่านี้อีกหน่อยซัก 100Hz ก็คงจะใช้ไม่ได้ แต่อย่างไรก็คงจะต้องหาวิธีทำให้การแทรกสอดเกิดที่จุดต่ำกว่านี้ให้ได้ ซึ่งจุดที่ต่ำกำลังดีคือต่ำกว่า 400Hz
สำหรับการเอาผลการวัด near field และ far field มาต่อกันนั้นก็เป็นที่นิยมใช้กันในโรงงานหลาย ๆ ที่ เช่นในรูปมาจากลำโพง Dayton SIG120-4 ซึงก็จะเขียนไว้ว่าตั้งแต่ความถี่ 450 Hz ลงไปมาจากการวัดแบบ near field

Improvement
จาก https://www.facebook.com/groups/791461357947350/permalink/2009226592837481/
รอบนี้วัดดอกลำโพงเพิ่ม 3 ตัว ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยโพสต่อไป
การวัดในรอบนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
- ติดเทปกาวบริเวณขอบหน้าตู้ลำโพเพิ่ม

-
เพิ่มกล่อง damping ด้านหลัง ข้างในเป็น rockwool ชนิดหนาแน่นต่ำ หนา 20 ซม. ถ้าคำนวน quarter length ก็จะตกประมาณ 430 Hz ซึ่งก็หวังว่าจะช่วยให้หลุมที่ ประมาณ 600 Hz หายไปได้

-
ผลการวัดก่อนและหลังการใส่ damping จะเห็นว่าโหนกและหลุมที่ 400 และ 650 Hz หายไป และการตอบสนองตวามถี่ตั้งแต่ 1k ขึ้นไปไม่มีผลอะไรมากนัก ก็น่าจะนับว่าดีขึ้น

- ลองมาดู group delay ซึ่งก็จะเห็นว่าหลุมที่ 650Hz หายไปแสดงว่าการแทรกสอดลดลงแล้ว
